5.6 ปฏิจจสมุปบาทอย่างง่ายๆสำหรับผู้เริ่มศึกษา

ปฏิจจสมุปบาทอย่างง่ายสำหรับผู้เริ่มศึกษา

                ท่านผู้อ่านผู้ศึกษาคงเคยได้เห็นมาบ้างแล้วว่าหลักปฏิจจสมุปบาทมีความสุขุมลุ่มลึกเพียงใด ไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลยที่จะทำความเข้าใจให้กระจ่าง ทั้งในด้านความหมายของคำศัพท์ และด้านความเป็นไปของกระบวนธรรม รวมไปถึงการที่ปฏิจจสมุปบาทนั้นสามารถแสดงยักเยื้องไปในรูปแบบต่างๆเช่น แทนที่ อวิชชา ด้วยกุศลมูล ในปฏิจจสมุปบาทนิโรธวาร (แสดงการดับทุกข์)

                สำหรับในเบื้องต้น ผู้เรียบเรียงขอเสนอสำนวนการอธิบายปฏิจจสมุปบาท (สมุทยวาร, แสดงกระบวนการเกิดทุกข์) อีกสำนวนหนึ่งให้พิจารณา ซึ่งโปรดเข้าใจว่าไม่ใช่การสรุปหลัก เป็นเพียงการพยายามทำให้ง่ายโดยยอมเสียอรรถและพยัญชนะบางส่วนที่สุขุมลุ่มลึกไป โดยวิธีรวบเข้ามาเป็นช่วงๆ เพื่อให้สะดวกในการมองภาพรวม ตามแนวที่อรรถกถาจารย์ท่านได้แสดงไว้แล้ว เสมือนการปีนเชือกเส้นเดียวขึ้นที่สูง ถ้าเชือกเส้นนั้นมีการขมวดปมไว้เป็นระยะ สำหรับจับยึดพยุงตัว ก็คงจะปีนได้ง่ายขึ้น แลกกับการที่เชือกนั้นต้องบิดเสียรูปไปบ้าง ขอเริ่มต้นด้วยการชวนให้ท่านลองพิจารณาตนเองดูว่า

 

เราย่อมมีกิเลสตัณหา และความไม่รู้แจ้ง มาแต่เดิมเป็นธรรมดา
(อดีตกิเลส)

ด้วยแรงจูงใจนั้นเป็นเหตุให้เกิดเจตนาในการทำสิ่งต่างๆที่ผ่านมา
(อดีตกรรม)

กรรมในอดีตส่งผลให้เกิดวิบาก คือ ตัวเราในปัจจุบัน พร้อมทั้งการเสพเสวยสุข และทุกข์
(ปัจจุบันวิบาก)

เพราะความไม่รู้แจ้ง เมื่อได้เสพสุขย่อมติดใจ เมื่อได้เสวยทุกข์ย่อมขัดใจ
(ปัจจุบันกิเลส)

ด้วยแรงจูงใจนั้นเป็นเหตุให้เกิดเจตนาในการทำสิ่งต่างๆในปัจจุบัน
(ปัจจุบันกรรม)

กรรมในปัจจุบันส่งผลให้เกิดวิบาก คือ ตัวเราในอนาคตซึ่งล่วงกาลผ่านวัย เข้าสู่มรณะ
(อนาคตวิบาก)

เมื่อกิเลสตัณหา และความไม่รู้แจ้ง ยังมีอยู่ ย่อมส่งผลให้วงจรหมุนเวียนต่อไปเป็นวัฏฏะ หาที่สุดเบื้องต้นและเบื้องปลายมิได้

 

ปฏิจจสมุปบาทอย่างง่ายสำหรับผู้เริ่มต้นศึกษา

2

(ที่มาของภาพ : หนังสือพุทธธรรม ฉบับปรับขยาย)

 

link : บทที่ 1.7 ปฏิจจสมุปบาท (อิทัปปัจจยตา, ปัจจยาการ)