3.6 อุปมาความสุขอันประณีตขึ้นไปตามลำดับ

ความสุขอันประณีต

  • เด็กทารก : เล่นดินเล่นทราย หรือแม้แต่อุจจาระของตนเอง
  • เด็กเล็ก : เล่นของเล่นต่างๆ
  • ผู้ใหญ่ : เสพกามคุณ 5 ในลักษณะต่างๆ
  • พระราชา : เสพกามคุณ 5 อันพรั่งพร้อมบริบูรณ์
  • เทวดา : เสพกามคุณอันเป็นทิพย์
  • พรหม : อิ่มอยู่กับฌานสุข
  • พระอรหันต์ : ได้ความสุขที่ไม่ต้องอาศัยกาม เป็นความสุขอิสระ เต็มอิ่มตามปรารถนา ตัวอยู่ในโลก แต่ใจอยู่เหนือโลก ผู้ที่ได้ประสบความสุขอย่างนี้ประจักษ์กับตัวแล้ว แม้มาเห็นมนุษย์ เทวดา พรหม ที่มีความสุขพรั่งพร้อม ก็จะไม่นึกอยากได้ความสุขอย่างนั้นบ้างแต่ประการใดเลย เพราะท่านได้พบความสุขที่ดีกว่าแล้ว (พระอรหันต์เมื่อยังไม่ดับขันธ์ ใช้ฌานเพียงเพื่อเป็นทิฏฐธรรมสุขวิหาร ธรรมเครื่องอยู่เป็นสุขในปัจจุบัน)

                หลักการทั่วไปสำหรับด้านความสุขคือ บุคคลทุกคนควรมีความสุขอันชอบธรรมที่เหมาะสมกับระดับชีวิตของตน หรือที่เป็นผลแห่งความเพียรพยายามฝึกฝนตนเอง อย่างน้อยหนึ่งขั้น หากผู้ใดขาดความสุขที่พึงได้พึงถึง เช่น กามสุขก็สูญเสียไปแล้ว ความสุขประณีตก็มิได้ปฏิบัติตัวเพื่อให้ได้ คนนั้นท่านถือว่าเป็นผู้มีชีวิตพลาดที่สุด

                ในขณะที่พวกชาวสวรรค์บันเทิงด้วยวัตถุและกิจกรรมทางกามสุข พวกชั้นพรหมอิ่มอยู่กับความสุขทางจิตถึงขั้นฌานสุข และพระอรหันต์ลุนิพพานสุข พ้นไปแล้วจากเยื่อใยในอามิสสุข บุคคลโสดาบันเข้าถึงความสุขใน 3 ภูมินั้น ทั้งกามสุข ทั้งอธิจิตตสุข (สุขด้วยคุณธรรมเช่น พรหมวิหารธรรม และฌาน) และโลกุตรสุข โดยยังไม่ทิ้งอย่างหนึ่งอย่างใด

                “ไฟเสมอด้วยราคะไม่มี โทษเสมอด้วยโทสะไม่มี ทุกข์เช่นด้วยขันธ์ไม่มี สุขยิ่งกว่าความสงบไม่มี ความหิวเป็นโรคอย่างยิ่ง สังขารเป็นทุกข์อย่างยิ่ง, บัณฑิตทราบเนื้อความนี้ตามความเป็นจริงแล้ว ย่อมทำให้แจ้งซึ่งนิพพาน เพราะนิพพานเป็นสุขอย่างยิ่ง, ลาภทั้งหลายมีความไม่มีโรคเป็นอย่างยิ่ง ทรัพย์มีความสันโดษเป็นอย่างยิ่ง ญาติทั้งหลายมีความคุ้นเคยเป็นอย่างยิ่ง นิพพานเป็นสุขอย่างยิ่ง” (สุขวรรค, 25/25)