1.3 อายตนะ 6

อายตนะภายใน อายตนะภายนอก พุทธธรรม

อายตนะ 6 : ช่องทางเสพเสวยโลก

                การเสพเสวยโลกนั้น เราต้องรู้ตามความเป็นจริงคือ
ทั้งอายตนะภายนอก 6 (อารมณ์) คือ รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ (สัมผัสทางกาย) ธรรมมารมณ์ (สิ่งที่ใจคิด)
และอายตนะภายใน 6 (อินทรีย์) คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ
                เป็นไปตามหลักไตรลักษณ์ การยึดติดด้วยความรู้สึก ติดใจ หรือ อยากจะหลีกหนี ในสิ่งต่างๆเหล่านี้เป็นเหตุให้เกิดทุกข์ เมื่อเข้าใจตามความเป็นจริงแล้วก็จะละความยึดติด ในสิ่งเหล่านี้ได้ เมื่อเวทนาเกิดขึ้น ตัณหา จะไม่เกิดตามมา เข้าสู่ภาวะที่อยู่ดีมีสุขทางจิตใจได้โดยสมบูรณ์ เป็นอิสระไม่ต้องพึ่งอารมณ์เหล่านั้น

                “ดูกรมหานาม แม้เรา ก่อนแต่สัมโพธิ เมื่อยังไม่ตรัสรู้ เป็นโพธิสัตว์อยู่ ก็มองเห็นเป็นอย่างดี ด้วยสัมมาปัญญา ตามเป็นจริงอย่างนี้ว่า กามคุณ ให้ความหวานชื่นน้อย มีทุกข์มาก มีความคับแค้นมาก โทษในกามนี้ยิ่งนัก ดังนี้ แต่เรายังมิได้ประสบปีติและความสุข นอกเหนือจากกาม นอกเหนืออกุศลธรรม หรือประสบกุศลธรรมอื่นที่สงบลึกซึ้งยิ่งกว่านั้น เราก็ยังปฏิญาณมิได้ก่อนว่าเป็นผู้ไม่วกเวียนมาหากาม แต่เมื่อใด เรามองเห็นเป็นอย่างดีด้วยสัมมาปัญญา ตามเป็นจริงอย่างนี้ว่า กามให้ความหวานชื่นน้อย มีทุกข์มาก มีความคับแค้นมาก โทษในกามนี้ยิ่งนัก ดังนี้ และเราก็ได้ประสบปีติและความสุข นอกเหนือจากกาม นอกเหนืออกุศลธรรม (ฌานสุข) กับทั้งได้ประสบกุศลธรรมอื่นที่สงบลึกซึ้งยิ่งกว่านั้นอีก (นิพพานสุข) เมื่อนั้นเราจึงปฏิญาณได้ว่า เป็นผู้ไม่เวียนมาหากาม” (จูฬทุกขักขันธสูตร, 12/211)

                (คำว่ากามในคัมภีร์ทางพระพุทธศาสนาส่วนมากจะหมายถึง กามคุณ คือ ความสุขจากการเสพบริโภคทางประสาทสัมผัสทางกายทั้ง 5 ไม่ได้ใช้ในความหมายแคบเฉพาะการเสพเมถุนเหมือนในศีล 5 ข้อ 3)

 

อายตนะ 6