2.5.3.5 ผลสมาบัติ

ผลสมาบัติพุทธธรรม

      ผลสมาบัติ คือ การที่พระอริยบุคคลเข้าสมาธิเสวยรสแห่งการบรรลุโลกุตรธรรมในระดับของตน เพื่อเป็นทิฏฐธรรมสุขวิหาร พูดอีกอย่างว่า เพื่อเสวยอริยโลกุตรสุข หรือจำลองภาวะของนิพพานขึ้นมาเพื่ออยู่เป็นสุขในปัจจุบัน ผลสมาบัติมี 2 อย่างคือ

  1. การไม่มนสิการถึงนิมิตทั้งปวง เรียกชื่อเฉพาะว่า “อนิมิตเจโตสมาธิ” เป็นสมาบัติที่ไร้นิมิต (เครื่องหมาย) เป็นภาวะหลุดพ้น เป็นอิสระของจิต ที่ท่านผู้เข้าสู่ภาวะนั้น ไม่กำหนดใจถึงสิ่งใดๆ
    (เสถียร โพธินันทะ) เป็นนิมิตที่พระพุทธเจ้าเจริญในพรรษาที่ประชวรหนักแล้วขับไล่อาพาธทั้งปวงไปได้ ที่ท่านตรัสว่าเจริญอิทธิบาท 4 ทำให้มากเจริญให้มากด้วยอนิมิตเจโตสมาธิ แล้วจะอยู่ได้กัปป์หนึ่ง หรือยิ่งกว่า (กัปป์ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงหนึ่งรอบอายุของจักรวาล แต่หมายถึงหนึ่งรอบอายุขัยของมนุษย์สมัยพุทธกาล = 100 ปี) ท่านหมายถึง ฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา ที่ประกอบด้วยสมาธิระดับฌานในการเจริญอนิมิตเจโตสมาธิ
  2. มนสิการถึงพระนิพพาน มีนิพพานเป็นอารมณ์ คือพิจารณาถึงความปราศจากกิเลส ปราศจากนิมิตเป็นอารมณ์

      (ดู มหาเวทัลลสูตร, 12/503)

 

ส่วนแทรกเสริมตามความเห็นของผู้บันทึก

      การพิจารณาหลักการของผลสมาบัติ อาจช่วยทำให้ผู้ศึกษามองภาพของนิพพานได้ใกล้เคียงความเป็นจริงมากขึ้น ในอรรถกถาญาณัตตยานิทเทส พระอรรถกถาจารย์ท่านอธิบายการเข้าอนิมิตสมาธิว่า “สัตว์ทั้งหลายเป็นผู้พอใจความเป็นไปอันเป็นวิบากกล่าวคือสุคติ แต่พระโยคาวจรนี้ประสงค์จะเข้าผลสมาบัติ เห็นความเป็นไปแม้นั้นและสังขารทั้งปวงโดยความเป็นของไม่เที่ยง ครั้นเห็นอย่างนี้แล้วย่อมสามารถเข้าผลสมาบัติได้ … สมาบัติอันหานิมิตมิได้ ชื่อว่าอนิมิตสมาบัติ เพราะเห็นนิมิตโดยความเป็นภัยแล้วเข้าถึง” (ละความดำริถึงสังขตธรรมทั้งปวงแล้วเข้าถึง)

      นอกจากนี้ผู้ศึกษาแม้ไม่สามารถเข้าผลสมาบัติได้ แต่ก็สามารถลองจินตนาการโดยเปรียบเทียบเพื่อประกอบการพิจารณาได้ ดังนี้

      พระอริยบุคคลเมื่อเข้าผลสมาบัติ และออกจากผลสมาบัติ เปรียบเทียบได้กับบุคคลผู้มีความสุขสมบูรณ์ดีทุกประการ ต่อมาพึ่งจะได้ทราบข่าวว่าตนป่วยเป็นโรคร้ายบ้าง พึ่งได้ทราบข่าวว่าธุรกิจของตนประสบปัญหารุนแรงบ้าง เป็นต้น ความเป็นบรมสุขของนิพพานอันสงบสังขตธรรมทั้งปวง กับความมีสภาวะตามธรรมชาติเป็นทุกข์ของขันธ์ 5 พอจะเปรียบเทียบได้โดยลักษณะเช่นนี้ (พิจารณาจาก มาคัณฑิยสูตร, 13/282-283 ; นิพพานสูตร, 23/238 ; รโหคตสูตร, 18/259 ; สุขวรรค, 25/25)

      ทั้งนี้ การเปรียบเทียบในลักษณะนี้แม้จะมีหลักอ้างอิงพอสมควร และเป็นส่วนเสริมความเข้าใจได้บ้าง แต่ก็มีจุดที่ควรระวัง คือ อาจทำให้เกิดความรู้สึกเกลียดชังชีวิต (คล้ายๆกับที่เกิดขึ้นเวลาผู้ปฏิบัติบางท่านพิจารณาอสุภกรรมฐาน) ซึ่งเป็นกิเลสอย่างหนึ่ง เรียกว่า วิภวตัณหา ซึ่งเป็นสิ่งที่อยากแจ้งให้ทราบไว้เพื่อพึงระวัง

 

บทที่เกี่ยวข้อง : ภาวะแห่งนิพพาน